วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

 วัน  จันทร์ ที่ ๒๒ เดือน กุมภาพันธ์   พ.ศ. ๒๕๕๙
ที่มา :สุพรรฌทิพย์  อติโพธิ.สรุปชีววิทยา มัธยมปลาย.กรุงเทพฯ:กรีนไลฟ์ พริ้นท์ติ้งเฮ้าท์,๒๕๕๗.
เรื่อง : ระบบน้ำเหลือง
สาระสำคัญ :

         ระบบน้ำเหลืองเป็นระบบลำเลียงสารต่าง ๆ ให้กลับเข้าสู่เส้นเลือด โดยเฉพาะสารอาหารพวกกรดไขมันที่ดูดซึมจากลำไส้เล็ก ระบบน้ำเหลืองจะไม่มีอวัยวะสำหรับสูบฉีดไปยังส่วนต่าง ๆ
ส่วนประกอบของระบบน้ำเหลือง

ท่อน้ำเหลือง ( Lymph vessel )
      เป็นท่อตันมีอยู่ทั่วร่างกายมีขนาดต่าง ๆ กัน มีลักษณะคล้ายเส้นเลือดเวน คือมีลิ้นกั้นป้องกันการไหลกลับของน้ำเหลือง
น้ำเหลืองไหลไปตามท่อน้ำเหลือง โดยอาศัยปัจจัย ๓ ประการ คือ
๑. การหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อที่จะไปกดหรือคลายท่อน้ำเหลือง
๒. ความแตกต่างระหว่างความดันไฮโดรสเตติก ซึ่งท่อน้ำเหลืองขนาดเล็กมีมากกว่า ท่อน้ำเหลืองขนาดใหญ่
๓. การหายใจเข้า ซึ่งไปมีผลขยายทรวงอกและลดความดันทำให้ท่อน้ำเหลืองขยายตัว
อวัยวะน้ำเหลือง ( Lymph organ ) อวัยวะน้ำเหลืองเป็นศูนย์กลางในการผลิตเซลล์ที่ใช้ในการต่อต้านเชื้อโรคหรือสิ่งแปลก ปลอมประกอบด้วย ต่อมน้ำเหลือง ต่อมทอนซิล ม้าม ต่อมไทมัส และเนื้อเยื่อน้ำเหลืองที่อยู่ที่ลำไส้
- ต่อมน้ำเหลือง ( Lymph node ) พบอยู่ระหว่างทางเดินของท่อน้ำเหลืองทั่วไปในร่าง กายลักษณะเป็นรูปไข่ กลม หรือรี เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๑.๕ มิลลิเมตร จะมีท่อน้ำเหลืองเข้าและท่อน้ำ เหลืองออกภายในเต็มไปด้วยเม็ดเลือดขาวชนิดโฟไซต์ ต่อมน้ำเหลืองจะทำหน้าที่กรองน้ำเหลืองให้สะอาดทำลาย แบคทีเรีย และทำลายเม็ดเลือดขาวที่อยู่ในวัยชรา
- ต่อมทอนซิล ( Thonsil gland ) เป็นกลุ่มของต่อมน้ำเหลืองมีอยู่ ๓ คู่คู่ที่สำคัญอยู่ รอบๆหลอดอาหาร ภายในต่อมทอนซิลจะมีลิมโฟไซต์ทำลายจุลินทรีย์ที่ผ่านมาในอากาศไม่ให้เข้าสู่หลอดอาหารและ กล่องเสียงถ้าต่อมทอนซิลติดเชื้อจะมีอาการบวมขึ้น เรียกว่า ต่อมทอนซิลอักเสบ
- ม้าม ( spleen ) เป็นอวัยวะน้ำเหลืองที่ใหญ่ที่สุด มีเส้นเลือดมาเลี้ยงมากมายไม่มีท่อน้ำ เหลืองเลย สามารถยืดหดได้ นุ่มมีสีม่วง อยู่ใกล้ๆกับกระเพาะอาหารใต้กระบังลมด้านซ้าย รูปร่างคล้ายเมล็ดถั่ว ภายในจะมีลิมโฟไซต์อยู่มากมาย ม้ามมีหน้าที่สร้างเม็ดเลือดในระยะเอ็มบริโอในคนที่คลอดแล้วม้ามทำหน้าที่
๑. ทำลายเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุแล้ว
๒. สร้างเม็ดเลือดขาว พวกลิมโฟไซต์ และโมโนไซต์ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรคที่เข้า ไปในกระแสเลือด
๓. สร้างแอนติบอดี
๔. ในสภาพผิดปกติ สามารถสร้างเม็ดเลือดแดงได้ เช่น มะเร็งเม็ดเลือด


- ต่อมไทมัส ( Thymus gland ) เป็นต่อมที่มีขนาดใหญ่ตอนอายุน้อย และถ้าอายุมากจะเล็ก ลงและฝ่อในที่สุด เป็นต่อมไร้ท่ออยู่ตรงทรวงอกรอบเส้นเลือดใหญ่ของหัวใจ ทำหน้าที่สร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด ลิมโฟไซต์ T มีหน้าที่ต่อต้านเชื้อโรคและสารแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย รวมทั้งการต้านอวัยวะที่ปลูกถ่ายจากผู้อื่นด้วย
 วัน  จันทร์ ที่ ๒๒ เดือน กุมภาพันธ์   พ.ศ. ๒๕๕๙
ที่มา :สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด.ยาเสพติด หยุดได้ถ้ารู้ทัน.กรุงเทพฯ.เขตพญาไทย.ถนนดินแดน.
เรื่อง : ทำไมเสพแล้วจึงติด(โรคสมองติดยา)
สาระสำคัญ :

      บางคนเชื่อว่า หากดูแลสุขภาพให้ดีและทำจิตใจให้เข้มแข็งแล้วจะไม่ตกเป็นทาสยาเสพติดซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะยาเสพติดออกฤทธิ์โดยตรงต่อสมองซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก เพราะทำหน้าที่ควบคุมและสั่งการทำงานทั้งร่างกาย ความคิด และจิตใจของผู้เสพสมองที่ถูกยาเสพติดทำลายแบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญคือ
   1.สมองชั้นนอกหรือสมองส่วนคิดทำหน้าที่ควบคุมสติปัญญา ใช้ความคิดแบบมีเหตุผล
    2.สมองชั้นในหรือสมองส่วนอยาก เป็นศูนย์ควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก
    
       เมื่อเสพยาเสพติด ตัวยาจะกระตุ้นสมองส่วนอยากให้หลั่งสารเคมีชื่อ โดปามีน ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกมีความสุข ส่งผลให้ผู้เสพรู้สึกเป็นสุขมากกว่าปกติ แต่เนื่องจากเป็นการสร้างโดปามีนที่ผิดธรรมชาติ เมื่อเสพเป็นเวลานานสมองจะไม่สามารถควบคุมการหลั่งโดปามีนได้ตามปกติ ทำให้ผู้เสพหมดความสามารถรู้สึกสุขตามธรรมชาติได้ ต้องอาศัยการเสพติดสมองจึงจะหลั่งโดปามีนออกมาเพียงพอให้รู้สึกสุขได้ หากไม่ได้เสพก็จะเกิดอาการหงุดหงิด หรือซึมเศร้า ทำให้ต้องแสวงหายาเสพติดมาเสพซ้ำแล้วซ้ำอีก กลายเป็นภาวะเสพติด หรือเรียกว่า สมองติดยา

     หลังจากเสพยาเสพติด ต่อเนื่องเป็นเวลานาน สมองส่วนคิดจะถูกทำลาย การใช้ความคิดที่เป็นเหตุเป็นผลจะเสียไป สมองส่วนอยากจะมีอิทธิพลมากกว่าสมองส่วนคิดจนทำอะไรตามใจตามอารมณ์มากกว่าเหตุผล ผู้เสพยาจึงมักมักทำสิ่งที่ไม่เหมาะสม มีอารมณ์ก้าวร้าว หงุดหงิด ที่สำคัญ คือห้ามตนเองไม่ได้ต้องทำทุกวิถีทางให้ได้ยาเสพติดมาเสพ สุดท้ายเกิดความสูญเสียในทุกด้านของชีวิต เช่น เพื่อน ครอบครัว การเรียน / การทำงาน รวมทั้งมีอาการทางจิตและเป็นโรคจิตเต็มขั้นในที่สุด
วัน  จันทร์ ที่ ๒๒ เดือน กุมภาพันธ์   พ.ศ. ๒๕๕๙
ที่มา :สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด.ยาเสพติด  ป้องกันได้ ด้วยคามเข้าใจ จากครอบครัว.กรุงเทพฯ.เขตพญาไทย.ถนนดินแดน.
เรื่อง : วิธีทำให้ครอบครัวมีความสุข
สาระสำคัญ :

๑.มีความรับผิดชอบต่อครอบครัว

          ตามบทบาทหน้าที่ของแต่ละคน ทำให้ในครอบครัวเป็นที่พึ่งให้กันและกันได้
 ๒.ให้ความสำคัญกับครอบครัว
          การให้เวลากับครอบครัวอย่างมีคุณภาพ
               ไม่เอาความเครียดมาให้กับคนนครอบครัว พยายามหาเวลาตรงกันที่ทุกคนมาร่วมกิจกรรมกัน                      ได้
          เอาใจใส่และให้ความรักแก่คนในครอบครัวในทางที่เหมาะสม
                ทำให้ทุกคนตระหนักว่าเรารักกัน มีความหมายต่อกันและกัน
 ๓.สื่อสารพูดคุยกันอย่างดี

  •       รู้จักห้อภัย
  •       ยิ้ม
  •       มีเวลานอก
  •       รับฟัง
  •       ใช้ถ้อยคำดี

 ๔.การสร้างค่านิยมให้เหมาะสม
             ครอบครัวยังเป็นแหล่งที่ปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องในการสร้างความสุขและการป้องกันปัญหาการติดยาเสพติดให้แก่สมาชิกในครอบครัวได้ ค่านิยมและวิธีคิดดังกล่าวเช่น
    • การให้คุณค่าของความดีมากกว่าวัตถุสิ่งของ
    • การเคารพผู้ที่อาวุโสกว่าและการเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็ก
    • การปฏิเสธการใช้สารเสพติดทุชนิด
    • การแก้ปัญหาในครอบครัวด้วยเหตุผล





วัน  จันทร์ ที่ ๒๒ เดือน กุมภาพันธ์   พ.ศ. ๒๕๕๙
ที่มา :พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก.สุขภาพใจดี.พิมพ์ครั้งที่๒.กรุงเทพฯ:มูลนิธิมายา โคตมี.
เรื่อง : หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ เพื่อปฐมพยาบาลจิตใจ
สาระสำคัญ :

        หายใจเข้าลึกๆหายใจออกยาวๆ เพื่อปฐมพยาบาลจิตใจ
  • ตั้งสติ
  • ยิ้มน้อยๆในใจ
  • หายใจเข้าลึกๆหายใจออกยาวๆ
  • หายใจเข้าสบาย หายใจออกสบาย    
        อดีตเป็นเหตุ-การกระทำหรือประสบการณ์ความเชื่อในอดีต การคิด การพูด และการกระทำในอดีตเป็นเหตุ
ปัจจุบันเป็นผล-สิ่งต่างๆที่เรากำลังประสบอยู่ในปัจจุบัน ล้วนแต่เป็นสิ่งที่เราได้สร้างเหตุไว้ทั้งนั้น
ทางกาย เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกับเราทั้งฝ่ายที่น่าปรารถนา คือมีลาภ มียศ สรรเสริญ สุข และฝ่ายที่ไม่น่าปรารถนา คือ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์ สิ่งต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้นกันเราทุกคน หากเราเข้าใจ ก็สามารถทำใจ ยอมรับความจริงได้
          ทางจิตใจ อารมณ์ความรู้สึกต่างๆที่เกิดขึ้น เช่น ตื่นเต้น ดีใจ เสียใจ น้อยใจ ล้วนแล้วแต่เกิดจากความรู้สึกนึกคิดที่เรานึกคิดไปเอง เราต้องรู้ทันอารมณ์ ไม่ควรให้มีอิทธิพลต่อความคิด การพูด และการกระทำ ควรปล่อยวางไม่ยินดียินร้าย ต้องแก้ปัญหาที่จิตใจ ถ้าปฏิบัติได้ก็เรียกว่ารู้เท่าทันอารมณ์ การปฏิบัติของเราคือ มีสติปัญา รู้จักคิด พูดดี ทำดี มีเมตตา กรุณา เป็นสุขภาพใจดี
วัน  จันทร์ ที่ ๒๒ เดือน กุมภาพันธ์   พ.ศ. ๒๕๕๙
ที่มา :
กิตอำพร ภะโว.ชีวิตงามความพอเพียง.พิมพ์ครั้งที่๑.กรุงเทพฯ:คุรุสภาลาดพร้าว.
เรื่อง : วัฒนธรรมไทย
สาระสำคัญ :


สมัยก่อนเมื่อมองวัฒนธรรมไทยแล้ว จะเห็นว่าคนสมัยก่อนเห็นคุณค่าและให้ความสำคัญมากคือ การสืบสานประเพณีไทย เช่นการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ การไหว้ คำขอบคุณ คำขอโทษ การแบ่งสิ่งของ เขาจะรู้สึดว่าเรามีน้ำใจ คิดดี เป็นมิตรกับเขา สมัยนี้อาจจะไม่ค่อยได้เห็นวัฒนธรรมไทยของเรา ซึ่งเปลียนแปลงไปจาดเมื่อก่อนมาก คนไทยสมัยนี้รับวัฒนธรรมจากชาติอื่นมามาก สิ่งที่ไม่ควรทำเช่น การใส่เสื้อโชว์ส่วนต่างๆ ของร่างกาย การเจาะบริเวณส่วนต่างๆ ของร่างกาย เป็นผู้หญิงไม่ควรเที่ยวกลางคืนเป็นอย่างยิ่ง จะเกิดภัยอันตรายกับตนเอง รวมถึงนิยมวัตถุสิ่งของกันไปตามสมัย เราควรเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมไทยของเราให้มากยิ่งขึ้น เพราะจะเป็นสิ่งที่ดีในวันข้างหน้า และรักษาวัฒนธรรมไทยของเราไว้ในวันข้างหน้า

วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

วัน  ศุกร์ ที่ ๑๒ เดือน กุมภาพันธ์   พ.ศ. ๒๕๕๙
ที่มา :พิมพ์สุดา  แสนภูวา.ชีวิตงามความพอเพียง.พิมพ์ครั้งที่๑.กรุงเทพฯ:คุรุสภาลาดพร้าว.
:เรื่อง : ปัญหาทุกอย่าง ย่อมมีทางแก้ สุดแท้แต่เราจะหาเจอหรือไม่
สาระสำคัญ :

         ความจริงชีวิตเราทุกคน เกิดมาล้วนพบเจอกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆมากมายไม่เว้นแต่ละวัน คนเรายามประสบปัญหาอุปสรรค มักโทษเคราะห์กรรม เกิดความรู้สึกท้อสิ้นหวัง ความจริงแล้วปัญหาและอุปสรรคมีคุณค่าตรงที่ทำให้ผู้คนพบหนทางในการแก้ปัญหาเข้มแข็งขึ้น เมื่อเจออุปสรรคควรตั้งสติให้ดี ใช้ปัญญาไตร่ตรอง มองหาต้นเหตุที่ทำใ้เกิดปัญหา ทำจิตให้สงบจะทำให้เรามองปัญหาออกเข้าใจปัญหาที่เกิดอย่างกระจ่างแจ้ง เราไม่อาจรู้ได้ว่าปัญหาที่เราหาทางแก้นั้นเป็นทางที่ดีที่สุดหรือไม่เราย่อมรู้ด้วยตนเองว่าทางนี้ดีที่สุดที่เราใช้สติปัญญาคิดอย่างละเอียด
          บางคนไม่ยอมแก้ปัญหาตนเอง มีแต่พึ่งคนอื่นอยู่ร่ำไป ให้เพื่อน ให้ผู้ปกครองช่วย ยามไม่มีบุคคลอื่นใดมาช่วยก็ไม่สามารถแก้ปัญหาตนเอง ทำให้การเรียน หน้าที่การงานเสียหายได้ จึงไม่เป็นการดีเลยที่รอแต่ให้คนอื่นมาช่วย เหมือนเราไม่มีคุณค่าเพราะไม่มีคนอื่นก็อยู่ไม่ได้
วัน  ศุกร์ ที่ ๑๒ เดือน กุมภาพันธ์   พ.ศ. ๒๕๕๙
ที่มา : นายฉัตรรัตน์  ดำรงชีพ.ชีวิตงามความพอเพียง.พิมพ์ครั้งที่๑.กรุงเทพฯ:คุรุสภาลาดพร้าว.
:เรื่อง : ทำความดีอย่างไรให้มีความสุข
สาระสำคัญ :
          เราเกิดเป็นมนุษย์นับว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ  ผู้ที่ประเสริฐจะเป็นผู้รู้ผิดชอบชั่วดี  เมื่อเราเกิดมาแล้วก็ควรทำความดี นับว่าเป็นมนุษย์เกิดมาแล้วใช้ชีวิตไม่สูญเปล่า
           เมื่อทำความดีแล้วมีคนเห็นความดีของเรา เขาก็ชมเชยเรา สรรเสริญเรา ให้รางวัลผลตอบแทนเรา ก็นับว่าเขาให้ความสำคัญกับเรา มันคือกำลังใจอย่างหนึ่งที่ทำให้เรามีความสุข แต่ความสุขอย่างนั้นเป็นความสุขที่ไม่ยั่งยืน ถ้าทำความดีแล้วท้อแท้ หวังแต่ผลตอบแทน สรรเสริญชื่อเสียงมากไป ก็อาจทำให้เป็นทุกข์ เพราะเราไปยึดมั่นถือมั่นกับกิเลส ความอยาก ทำให้เราคิดมาก ไม่สบายใจ หลงตนเอง
          ดารทำความดีใดๆ ก็แล้วแต่ ขอให้ความดีเพื่อคุณธรรม ยึดมั่น ในสิ่งที่เป็นความดีงามให้สมกับที่เกิดมาเป็นสัตว์ประเสิฐ ไม่ใช่ทำความดีเพื่อเห็นแก่ผลตอบแทนใดๆ ทำเพื่ออยากฟังคพสรรเสริญเยินยอ การทำความดีของเราขอให้ยึด "คุณธรรมประจำใจและจิตสำนึก"อย่างนี้ถึงเรียกว่าคนดีจริงถึงได้ผลตอบแทนในรูปแบบต่างๆก็ไม่หลงนี่คือการทำความดีที่ทำให้เรามีความสุข